บทความ

ลาป่วยบ่อย เลิกจ้างได้

ลาป่วยบ่อย เลิกจ้างได้จริงหรือ? สิ่งที่นายจ้างและลูกจ้างต้องเข้าใจตามกฎหมายแรงงาน

ในโลกของการทำงาน “แรงงาน” และ “ค่าจ้าง” คือสิ่งที่แลกเปลี่ยนกันอย่างตรงไปตรงมา นายจ้างจ่ายค่าจ้างเพื่อให้ลูกจ้างทำงาน ส่วนลูกจ้างก็ทำงานเพื่อรับค่าตอบแทนกลับมา หลักการพื้นฐานนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของสัญญาจ้างแรงงานที่ใช้กันในทุกองค์กร

ในทางกฎหมาย สัญญาจ้างแรงงานอาจเกิดขึ้นได้ทั้งแบบที่ทำเป็นหนังสือ หรือเพียงตกลงกันด้วยวาจา แม้ไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร แต่หากมีการตกลงให้ทำงานและมีการจ่ายค่าจ้าง ก็ถือว่ามีสัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้นแล้ว

ลาป่วยบ่อย เลิกจ้างได้

ลาป่วยบ่อย เลิกจ้างได้

ความสัมพันธ์ในสัญญาจ้างแรงงานจึงเปรียบเสมือนการ “ยื่นหมูยื่นแมว” คือ นายจ้างให้เงิน ลูกจ้างให้แรงงาน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ทำตามข้อตกลง ก็ย่อมทำให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ของการจ้างงาน

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคำถามสำคัญในทางกฎหมายแรงงานว่า หากลูกจ้าง “ลาป่วยบ่อย” จนทำให้งานไม่สามารถดำเนินไปตามปกติ นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้หรือไม่ และถ้าเลิกจ้างจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่

บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจอย่างชัดเจน ทั้งในมุมของกฎหมายแรงงาน หลักการของศาลแรงงาน และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ลาป่วยบ่อย เลิกจ้างได้

ลาป่วยบ่อย เลิกจ้างได้

สิทธิการลาป่วยของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน

กฎหมายแรงงานของไทยได้ให้สิทธิแก่ลูกจ้างในการลาป่วยไว้ชัดเจน โดยกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ว่า ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้ “เท่าที่ป่วยจริง”

คำว่า “เท่าที่ป่วยจริง” เป็นถ้อยคำที่สำคัญ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันลาป่วยสูงสุดต่อปีเหมือนการลาประเภทอื่น เช่น ลากิจ หรือลาพักผ่อน

กล่าวคือ หากลูกจ้างมีอาการเจ็บป่วยจริง ก็สามารถลาป่วยได้ตามสภาพความเป็นจริงของโรคหรืออาการป่วยนั้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็มีเงื่อนไขบางประการ เช่น

  • หากลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานติดต่อกันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองแพทย์ได้
  • หากลูกจ้างไม่สามารถนำใบรับรองแพทย์มาแสดงได้ ก็อาจต้องชี้แจงเหตุผลให้สมควร
  • ในด้านค่าจ้าง กฎหมายกำหนดว่า นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยให้ลูกจ้าง แต่ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
ดังนั้น การลาป่วยจึงถือเป็น “สิทธิของลูกจ้าง” ที่กฎหมายรับรองไว้ แต่สิทธินี้ก็ต้องใช้ภายใต้ความสุจริตและความเหมาะสม

เมื่อสิทธิการลาป่วยกระทบต่อการทำงาน

แม้กฎหมายจะเปิดโอกาสให้ลูกจ้างลาป่วยได้ตามความเป็นจริง แต่ในทางปฏิบัติ หากการลาป่วยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนกระทบต่อการทำงานขององค์กร ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้

ลองนึกภาพสถานการณ์ในองค์กร เช่น

  • พนักงานตำแหน่งสำคัญลาป่วยบ่อย
  • ต้องมีคนอื่นทำงานแทนอยู่เสมอ
  • งานเกิดความล่าช้า
  • องค์กรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าการลาป่วยจะเป็นสิทธิของลูกจ้าง แต่ในมุมของนายจ้างก็อาจเกิดคำถามว่า

เมื่อจ่ายค่าจ้างไปแล้ว แต่ไม่ได้รับแรงงานตามที่ควรจะเป็น การจ้างงานนั้นยังสมเหตุสมผลอยู่หรือไม่

นี่จึงเป็นจุดที่กฎหมายแรงงานต้องสร้างสมดุลระหว่าง “สิทธิของลูกจ้าง” และ “สิทธิของนายจ้าง”

แนวคิดเรื่อง “หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน”

ในคดีแรงงานหลายคดี ศาลแรงงานและศาลฎีกาได้ใช้คำว่า “หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามที่ตกลงไว้ในสัญญาจ้าง

คำว่า “หย่อนสมรรถภาพ” ไม่ได้หมายถึงการทำผิดวินัย หรือการทุจริต แต่หมายถึงสภาพที่ลูกจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ เช่น

  • สุขภาพไม่สมบูรณ์
  • เจ็บป่วยเรื้อรัง
  • ลาป่วยบ่อยจนไม่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง

ในมุมของกฎหมาย หากสภาพดังกล่าวส่งผลให้การทำงานไม่เป็นไปตามสัญญา นายจ้างก็อาจมีเหตุผลเพียงพอที่จะยุติสัญญาจ้างได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

แนวทางนี้ได้รับการยืนยันจากคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดี หนึ่งในคดีสำคัญคือ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2600/2529

ศาลได้วินิจฉัยว่า

“การลาป่วยบ่อย ถือว่าสุขภาพไม่สมบูรณ์ และหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม”

คำพิพากษานี้สะท้อนหลักการสำคัญว่า แม้การลาป่วยจะเป็นสิทธิของลูกจ้าง แต่หากเกิดขึ้นบ่อยจนส่งผลต่อการทำงาน ก็อาจถือเป็นเหตุอันสมควรในการเลิกจ้างได้

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ศาลมองว่า การที่ลูกจ้างมีสุขภาพไม่สมบูรณ์จนไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงานได้อย่างครบถ้วน

ดังนั้น การเลิกจ้างในลักษณะนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

เลิกจ้างเพราะลาป่วยบ่อย ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่

เมื่อพิจารณาจากหลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา สามารถสรุปได้ว่า

หากลูกจ้างลาป่วยบ่อยจนส่งผลต่อการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ และการเลิกจ้างดังกล่าวอาจถือว่าเป็น “การเลิกจ้างที่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่นั้น ศาลจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น

ความถี่ของการลาป่วย

  • ระยะเวลาที่ลาป่วย
  • ผลกระทบต่อการทำงาน
  • ลักษณะงานของลูกจ้าง
  • ความจำเป็นขององค์กร

หากศาลเห็นว่าการลาป่วยนั้นทำให้ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และส่งผลต่อการดำเนินงานของนายจ้าง ก็อาจวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างนั้นมีเหตุอันสมควร

เลิกจ้างเพราะลาป่วยบ่อย ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่

แม้ว่าการเลิกจ้างเพราะลาป่วยบ่อยจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม แต่ไม่ได้หมายความว่านายจ้างจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดว่า หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่าย “ค่าชดเชย” ตามอายุงาน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 119

มาตรา 119 ระบุเหตุที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น

  • ทุจริตต่อหน้าที่
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับในการทำงานอย่างร้ายแรง
  • ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาหลายวันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผล

จะเห็นได้ว่า “การเจ็บป่วย” หรือ “การลาป่วยบ่อย” ไม่ได้อยู่ในรายการข้อยกเว้นเหล่านี้

ดังนั้น แม้นายจ้างจะเลิกจ้างเพราะลูกจ้างลาป่วยบ่อย ก็ยังคงต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

ตัวอย่างการคำนวณค่าชดเชย

ค่าชดเชยจะขึ้นอยู่กับ “อายุงานของลูกจ้าง” เช่น

  • ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชย 30 วัน
  • ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน
  • ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ได้ค่าชดเชย 180 วัน
  • ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้ค่าชดเชย 240 วัน
  • ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน
  • ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชย 400 วัน

ดังนั้น แม้การเลิกจ้างจะมีเหตุผลสมควร นายจ้างก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องค่าชดเชย

ข้อควรระวังสำหรับนายจ้าง

แม้ศาลจะยอมรับว่า การลาป่วยบ่อยสามารถเป็นเหตุเลิกจ้างได้ แต่ในทางปฏิบัติ นายจ้างควรดำเนินการอย่างระมัดระวัง

  • ควรมีการบันทึกประวัติการลาป่วยอย่างชัดเจน
  • ควรตรวจสอบใบรับรองแพทย์
  • ควรพิจารณาผลกระทบต่อการทำงานอย่างเป็นธรรม

หากเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ ลูกจ้างอาจยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานได้

ในกรณีที่ศาลเห็นว่า การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม นายจ้างอาจต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม

ข้อควรเข้าใจสำหรับลูกจ้าง

ในมุมของลูกจ้างเอง ก็ควรเข้าใจเช่นกันว่า แม้กฎหมายจะให้สิทธิในการลาป่วย แต่การใช้สิทธินั้นควรอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม

หากลาป่วยบ่อยจนไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลต่อความมั่นคงในการทำงานของตนเอง

การดูแลสุขภาพ การวางแผนการทำงาน และการสื่อสารกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา ลาป่วยบ่อย ถือว่าสุขภาพไม่สมบูรณ์และหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน และ เพจกฎหมายแรงงาน

สรุป

การลาป่วย เป็นสิทธิที่กฎหมายแรงงานให้การคุ้มครองแก่ลูกจ้าง โดยสามารถลาป่วยได้ “เท่าที่ป่วยจริง”

อย่างไรก็ตาม หากการลาป่วยเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ศาลอาจถือว่าเป็นภาวะ “หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน”

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาได้ยืนยันว่า การลาป่วยบ่อยจนส่งผลต่อการทำงาน สามารถเป็นเหตุให้เลิกจ้างได้ และถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

แต่ถึงแม้จะเลิกจ้างได้ นายจ้างก็ยังคงต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย เนื่องจากการเจ็บป่วยไม่ใช่เหตุที่กฎหมายยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ดังนั้น ทั้งนายจ้างและลูกจ้างจึงควรเข้าใจหลักกฎหมายนี้อย่างถูกต้อง เพื่อให้การจ้างงานเป็นไปอย่างเป็นธรรม และลดความขัดแย้งในความสัมพันธ์ของการทำงาน

Topprofessional And Development

สถาบันฝึกอบรมและที่ปรึกษาทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร บริการให้คำปรึกษาด้านระบบ ISO แบบครบวงจรด้วยหลักสูตรคุณภาพอาจารย์ผู้สอนมากด้วยประสบการณ์

วันทำการ ( จันทร์ - เสาร์ เวลา 8:00 - 17:00 น. )

ติดตามเรา

icon-facebookicon-lineicon-youtubeicon-tiktok
Copyright 2023 © HERMES Digital Marketing . All Rights Reserved