ในยุคที่โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วกว่าอัตราการโหลดหน้าเว็บ 5G ผู้นำองค์กรไม่ได้ถูกคาดหวังแค่ให้เก่งสั่ง เก่งวางแผน หรือเก่งตัดสินใจอีกต่อไป แต่ต้อง “เก่งปรับ” และ “เก่งเปิดรับการเรียนรู้ใหม่” ไปพร้อมกัน
คำว่า “ผู้นำที่แท้จริง” จึงไม่ได้หมายถึงคนที่มีประสบการณ์สูงที่สุด หรืออำนาจเสียงดังที่สุด แต่หมายถึงคนที่ “อยู่รอดได้เร็วที่สุดในความเปลี่ยนแปลง” และยังสามารถทำให้ทีมเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนนั้นด้วย
ทักษะสองอย่างที่ยืนหนึ่งในโลกการบริหารยุคใหม่นี้คือ
- Adaptive Leadership – ภาวะผู้นำที่รู้จักปรับกลยุทธ์ คิดแบบยืดหยุ่น แก้ปัญหาเชิงระบบ และรับมือกับความไม่แน่นอนได้
- Growth Mindset – กระบวนทัศน์การคิดที่เชื่อว่าความสามารถเพิ่มได้ เรียนรู้ได้ พัฒนาได้ ไม่หยุดอยู่กับที่
เมื่อสองทักษะนี้จับมือกัน ผู้นำจะไม่เพียง “แก้ปัญหาได้” แต่จะ “ยกระดับทีมทั้งระบบได้” และนี่คือความจำเป็นของผู้นำยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวน ซับซ้อน และคาดเดาไม่ได้
สภาพแวดล้อมใหม่ที่บังคับให้ผู้นำต้องมีทั้ง Adaptive Leadership และ Growth Mindset
องค์กรทุกวันนี้เจอแรงเสียดทานและแรงเร่งจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น
- เทคโนโลยีที่วิ่งเร็วกว่าองค์กรจะอัปเดตคู่มือทัน
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแบบวันต่อวัน
- การแข่งขันข้ามอุตสาหกรรมที่เข้มข้นขึ้นทุกปี
- ความหลากหลายทางเจเนอเรชันที่เพิ่มความท้าทายในทีม
- ความไม่แน่นอนระดับมหภาค เช่น เศรษฐกิจ การเมือง ภัยโรค
สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ความรู้เดิมใช้แก้ปัญหาใหม่ไม่ได้เสมอไป และวิธีการบริหารแบบเดิมก็ไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ผู้นำจึงต้องมีทั้ง…
- ความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (Adaptive Leadership)
- ความเชื่อที่ว่า “เรียนรู้เพิ่มเติมได้เสมอ” เพื่อไม่กลายเป็นผู้นำที่หยุดนิ่ง (Growth Mindset)
ผู้นำที่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจะไม่เพียงพอ เช่น
- ถ้ามี Adaptive แต่ไม่มี Growth Mindset = ปรับได้เพียงแผน แต่ไม่กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่
- ถ้ามี Growth Mindset แต่ไม่มี Adaptive = อยากเรียนรู้แต่ไม่รู้วิธีนำไปใช้กับระบบจริง
การมีทั้งสองทักษะคู่กันจึงเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ผู้นำ “อยู่รอด เติบโต และพาทีมเติบโตไปด้วย”
Adaptive Leadership คืออะไร
แนวคิด Adaptive Leadership ถูกพัฒนาโดย Ronald Heifetz และ Marty Linsky จาก Harvard Kennedy School ซึ่งชี้ว่าผู้นำยุคใหม่ไม่ได้เผชิญแค่ Technical Problems (ปัญหาที่มีคู่มือแก้ไขได้) แต่ต้องเผชิญ Adaptive Challenges (ปัญหาที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด พฤติกรรม และระบบงานใหม่ทั้งหมด)
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น
- ทีมแผนกขายยอดตก เพราะลูกค้าต้องการบริการแบบใหม่ที่คู่มือเดิมไม่เคยสอน
- วัฒนธรรมองค์กรไม่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ ทำให้สูญเสีย Talent
- การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเครื่องมือ แต่ต้องเปลี่ยน mindset การทำงานทั้งองค์กร
Adaptive Leadership คือทักษะที่ทำให้ผู้นำสามารถ
- อ่านสถานการณ์ให้ทะลุ
- ปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น
- สร้างวิธีคิดใหม่ในทีม
- เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรทีละขั้นอย่างมีจังหวะ
หัวใจสำคัญของ Adaptive Leadership ได้แก่
- การแยกแยะปัญหาเชิงเทคนิคกับปัญหาเชิงปรับตัว
- การตั้งคำถามมากกว่าการสั่งการ
- การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนลองผิดลองถูก
- การควบคุมแรงกดดันของทีมอย่างเหมาะสม
- การมองระบบทั้งหมด ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ
- การปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
ผู้นำแบบ Adaptive ไม่ใช่คนที่รู้คำตอบทุกอย่าง แต่คือคนที่รู้ว่าจะตั้งคำถามอะไร และจะพาทีมเดินหน้าไปอย่างไรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
Growth Mindset คืออะไร
แนวคิด Growth Mindset เกิดจากงานวิจัยของ Carol Dweck แห่ง Stanford University ที่แบ่งรูปแบบวิธีคิดของคนออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ
- Fixed Mindset – เชื่อว่าความสามารถเกิดจากพรสวรรค์ เปลี่ยนแปลงไม่ได้
- Growth Mindset – เชื่อว่าความสามารถพัฒนาได้จากการฝึกฝน ความพยายาม และการเรียนรู้
ในบริบทของผู้นำ Growth Mindset มีความหมายสำคัญมาก เพราะผู้นำที่ยึดติดความสำเร็จเก่า ๆ มักจะขัดขวางนวัตกรรมโดยไม่รู้ตัว เช่น
- ไม่อยากลองวิธีใหม่เพราะวิธีเดิมเคยสำเร็จ
- กลัวความผิดพลาดจนไม่ได้ทดลองอะไรใหม่
- ไม่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงศักยภาพ
- ปิดกั้น Feedback เพราะมองว่าเป็นการตำหนิ
ในทางกลับกัน ผู้นำที่มี Growth Mindset จะ
- มองความล้มเหลวเป็นข้อมูล ไม่ใช่จุดจบ
- กระตุ้นทีมให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- เปิดรับความคิดเห็นและ Feedback แบบสร้างสรรค์
- เชื่อมั่นว่าองค์กรพัฒนาได้เสมอ
ซึ่งตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ที่ต้องการ “ผู้นำที่เรียนรู้เร็วกว่าเปลี่ยนเร็ว”
Adaptive Leadership + Growth Mindset สูตรลับของผู้นำที่ไม่ถูกกระแสโลกพัดตกขอบ
หลายองค์กรเริ่มเห็นว่าผู้นำที่มีแค่ภาวะผู้นำตามตำรา ไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องมีทักษะเชิงปรับตัวและวิธีคิดที่เปิดรับการเติบโตด้วย
เมื่อทั้งสองอย่างรวมกันจะเกิดผลลัพธ์ที่แข็งแรงดังนี้
⭐ 1. กล้ารับมือปัญหาที่ไม่คุ้นเคย
Growth Mindset ทำให้ผู้นำไม่กลัวสิ่งที่ไม่เคยเจอ
Adaptive Leadership ทำให้ผู้นำรู้วิธีปรับเกม
⭐ 2. กล้าทดลอง และกล้ายอมรับความเสี่ยง
Growth Mindset: ล้มได้ เรียนรู้ได้
Adaptive Leadership: ทดลองได้ ปรับได้
⭐ 3. สร้างทีมที่เติบโตเป็นระบบ
ผู้นำจะไม่แก้ปัญหาเองทั้งหมด แต่ดึงทีมให้คิดร่วมกัน
⭐ 4. ทำให้องค์กรพร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ
เมื่อผู้นำปรับตัว ทีมจะกล้าปรับตาม และวัฒนธรรมองค์กรจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทิศทางที่ยั่งยืน
⭐ 5. ลดอาการ Burnout ของทีม
เพราะผู้นำเข้าใจแรงกดดัน และมีวิธีจัดการบรรยากาศการทำงานให้เหมาะสม
⭐ 6. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
Innovation เกิดขึ้นได้ เพราะผู้นำพร้อมเปิดรับ และทีมกล้าคิด
ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่สะท้อนการผสานสองทักษะ
กรณีที่ 1 การเปลี่ยนองค์กรสู่ระบบดิจิทัล
- ผู้นำ Fixed Mindset: กลัวการเปลี่ยนระบบ เพราะเคยทำงานแบบเดิมมาเป็นสิบปี
- ผู้นำ Growth Mindset แต่ไม่มี Adaptive: อยากเปลี่ยน แต่ไม่รู้จะจัดการระบบองค์กรอย่างไร
- ผู้นำ Adaptive + Growth: วิเคราะห์ระบบ ปรับกระบวนการทีละขั้น เปิดอบรมพนักงาน และสร้างพื้นที่ให้ทดลองใช้ก่อนปรับใช้จริง
กรณีที่ 2 ทีมยอดขายตกต่อเนื่อง
- Adaptive Leadership: มองหาปัจจัยระบบ เช่น CX, After-sales, ช่องทางใหม่
- Growth Mindset: เปิดรับวิธีขายแบบใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และ Feedback จากลูกค้า
กรณีที่ 3 ความขัดแย้งระหว่างเจเนอเรชัน
- Adaptive Leadership: ออกแบบวิธีสื่อสารและการประชุมที่ตอบโจทย์หลายวัย
- Growth Mindset: เชื่อว่าคนสามารถปรับตัวและเรียนรู้กันได้
ผู้นำควรพัฒนาทั้งสองทักษะอย่างไร แนวทางที่เริ่มได้ทันที ไม่ต้องรอให้เป็นหัวหน้าระดับสูง
- ฟังอย่างลึก และถามอย่างมีเป้าหมาย
- ทำ Reflection หลังเหตุการณ์สำคัญทุกครั้ง
- ทดลองสิ่งใหม่แบบ Small-scale experiment
- เปิดรับ Feedback แบบไม่ตั้งการ์ด
- อ่านเทรนด์โลกอย่างสม่ำเสมอ
- สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมคิดและลอง
- แยกแยะ Technical vs Adaptive Problem ให้ชัด
- ยอมรับว่าความล้มเหลวคือบทเรียน ไม่ใช่ความอับอาย
เมื่อทำต่อเนื่อง นี่จะกลายเป็น “กล้ามเนื้อผู้นำยุคใหม่” ที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ
บทสรุป
Adaptive Leadership และ Growth Mindset ไม่ได้เป็นเพียงทักษะสองอย่างที่ดีต่อผู้นำ แต่เป็น “สองสิ่งที่ขาดไม่ได้” ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วแบบไม่รอใคร
- Adaptive Leadership ทำให้ผู้นำรับมือความไม่แน่นอน
- Growth Mindset ทำให้ผู้นำไม่หยุดเติบโต
เมื่อสองทักษะนี้ทำงานร่วมกัน ผู้นำจะสามารถ
- มองอนาคตได้แม่นขึ้น
- สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ทั้งองค์กร
- กระตุ้นให้ทีมเติบโต
- ขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแรงในโลกที่เปลี่ยนไม่หยุด
ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของผู้นำที่รู้ทุกคำตอบ
แต่เป็นยุคของผู้นำที่ “พร้อมจะเรียนรู้คำตอบใหม่เสมอ” และ “นำทีมให้เดินหน้าอย่างมั่นคงแม้เส้นทางไม่ชัดเจน”
ที่มาอ้างอิงข้อมูล
Heifetz, R. A., & Linsky, M. (2002). Leadership on the Line: Staying Alive through the Dangers of Leading. Harvard Business Review Press.
Heifetz, R. A. (1994). Leadership Without Easy Answers. Harvard University Press.
Northouse, P. G. (2021). Leadership: Theory and Practice. SAGE Publications.
Dweck, C. (2006). Mindset: The New Psychology of Success. Random House.
Center for Creative Leadership. (2020). Adaptive Leadership: A Leader’s Guide to Strategy and Change.
Harvard Business Review Articles on Growth Mindset & Adaptive Leadership (hbr.org)






