การเมืองในออฟฟิศ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างทั้งด้านบทบาท อำนาจ ความคาดหวัง และผลประโยชน์ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงองค์กรขนาดใหญ่หรือองค์กรที่มีโครงสร้างซับซ้อนเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกองค์กรที่มีการทำงานเป็นทีม
ในมุมมองทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ การเมืองในออฟฟิศไม่จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็นสิ่งลบเสมอไป หากบุคลากรสามารถเข้าใจบริบทขององค์กร รู้จักบริหารตนเอง และวางตัวอย่างเหมาะสม การเมืองในองค์กรจะกลายเป็นเพียง “ปัจจัยแวดล้อมของการทำงาน” ที่สามารถจัดการได้ ไม่ใช่อุปสรรคต่อความก้าวหน้าในอาชีพ
8 วิธีรับมือกับการเมืองในออฟฟิศ
บทความนี้นำเสนอ 8 แนวทางสำคัญในการรับมือกับการเมืองในออฟฟิศ โดยสอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานจริงในองค์กร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกระดับตำแหน่ง
1.รู้เราเข้าใจบทบาท หน้าที่ และตำแหน่งของตนเอง
การรู้จักตนเอง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการทำงานในองค์กร บุคลากรควรมีความชัดเจนในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง เข้าใจสายการบังคับบัญชา และรู้ว่าตนเองอยู่ในตำแหน่งใดของโครงสร้างองค์กร เมื่อเกิดปัญหาหรือความขัดแย้ง จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่า ควรสื่อสารกับใคร และควรดำเนินการในระดับใด
การรู้บทบาทของตนเองอย่างชัดเจน ยังช่วยลดความเสี่ยงในการก้าวล้ำหน้าที่ผู้อื่น และลดโอกาสในการเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
2.รู้เขา สังเกตและทำความเข้าใจผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน
องค์กรประกอบด้วยบุคคลที่มีพื้นฐาน ความคิด และรูปแบบการทำงานแตกต่างกัน การสังเกตนิสัยใจคอ วิธีการสื่อสาร และความคาดหวังของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน จะช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นมากขึ้น
การเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาบางคน ชอบการรายงานอย่างเป็นระบบ ขณะที่บางคนเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น หรือเพื่อนร่วมงานบางคนชอบทำงานเป็นขั้นตอน บางคนเน้นความรวดเร็ว ล้วนช่วยลดแรงเสียดทานและความเข้าใจผิดในที่ทำงาน
3.ไตร่ตรองก่อนแสดงความรู้สึก
สถานที่ทำงานไม่ใช่พื้นที่สำหรับการแสดงอารมณ์อย่างไร้การควบคุม การแสดงออกทั้งทางคำพูด สีหน้า และท่าทาง ล้วนส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์ในองค์กร
ก่อนแสดงความรู้สึกใด ๆ ควรพิจารณาว่าการแสดงออกนั้นจะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อการทำงานในระยะยาว การควบคุมอารมณ์และใช้เหตุผลเป็นหลัก จะช่วยลดโอกาสที่อารมณ์จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในองค์กร
4.พูดให้น้อย เลือกพูดในสิ่งที่จำเป็น
ข้อมูลและคำพูดเป็นสิ่งที่มีพลังในองค์กร หลักการสำคัญคือ พูดเท่าที่จำเป็นต่อการทำงาน และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือยังไม่ได้รับการยืนยัน
ในสังคมการทำงาน คำพูดที่หลุดออกไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนได้ แม้ผู้พูดอาจลืมไปแล้ว แต่ผู้ฟังมักจดจำได้ดี การสื่อสารอย่างรอบคอบจึงเป็นหนึ่งในเกราะป้องกันตนเองจากความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
5.ฟังให้เยอะ แต่ฟังอย่างมีวิจารณญาณ
การฟังเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้การพูด อย่างไรก็ตาม การฟังที่มีคุณภาพต้องมาพร้อมกับการคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่การเชื่อทุกสิ่งที่ได้ยิน
บุคลากรควรเลือกฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ใช้เหตุผลในการแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และอารมณ์ส่วนบุคคล การเลือกเก็บเฉพาะข้อมูลที่สร้างสรรค์ จะช่วยลดภาระทางอารมณ์และลดการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
6.อย่าสร้างศัตรูก่อน สร้างมิตรภาพและบรรยากาศที่ดี
ความสัมพันธ์ในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของทั้งบุคคลและองค์กร การให้เกียรติผู้อื่น การช่วยเหลือกันในขอบเขตที่เหมาะสม และการแสดงออกถึงความเป็นมิตร ช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความร่วมมือ
การหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น ไม่ได้หมายถึงการเอาใจทุกคน แต่หมายถึงการวางตัวอย่างมืออาชีพ และตระหนักว่า ไม่มีใครสามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้เพียงลำพัง
7.หาพวกไว้ยามยาก สร้างเครือข่ายสนับสนุนในองค์กร
แม้คำว่า “เพื่อนแท้ในออฟฟิศ” จะดูเป็นเรื่องยาก แต่การมีเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้และเข้าใจบริบทของงาน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยามที่เกิดปัญหา
เครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสนับสนุนทางจิตใจ และอาจช่วยเป็นกระบอกเสียงเมื่อเกิดความเข้าใจผิดหรือความไม่เป็นธรรมในการทำงาน
8.รักสงบ แต่ถึงรบ สู้สุดใจด้วยเหตุผลและหลักฐาน
เมื่อถึงสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องปกป้องตนเอง บุคลากรควรกล้าที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างมีเหตุผล โดยอาศัยข้อมูล หลักฐาน และพยานที่น่าเชื่อถือ
การเผชิญปัญหาอย่างมีสติ ไม่ใช้อารมณ์ และยึดหลักความถูกต้อง จะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือในระยะยาว และลดผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพของตนเอง
บทสรุป
การเมืองในออฟฟิศ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ หากบุคลากรมีความเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และยึดหลักเหตุผลในการทำงาน การเมืองในองค์กรจะไม่ใช่อุปสรรค แต่จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมืออาชีพ




