การถูกเลิกจ้าง เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ในโลกของการทำงาน "กฎระเบียบ" คือบรรทัดฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม หากลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ดังนี้
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง
สำหรับนายจ้าง ในการเลิกจ้างตามกรณีข้างต้น นายจ้าง "ต้องระบุข้อเท็จจริงและเหตุผล" ไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้างให้ชัดเจน หากไม่ระบุไว้ จะมาอ้างเหตุผลเหล่านี้ภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยในศาลไม่ได้นะครับ
สำหรับลูกจ้าง หากรู้สึกว่า การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือเหตุผลที่นายจ้างอ้างนั้นไม่เป็นความจริง คุณมีสิทธิ์ร้องเรียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือฟ้องศาลแรงงานเพื่อพิสูจน์ความจริงได้
6 กรณีเลิกจ้าง ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย มีดังนี้
1. ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- ทุจริตต่อหน้าที่ เช่น การยักยอกเงินบริษัท การปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่าย หรือการรับสินบนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้อื่น
- ความผิดอาญาโดยเจตนา เช่น การทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน การลักทรัพย์สินของบริษัท หรือการตั้งใจทำลายทรัพย์สินของนายจ้าง
- ประเด็นสำคัญ เจตนาต้องชัดเจนว่าทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้ หรือตั้งใจทำผิดกฎหมายต่อนายจ้าง
2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
กรณีนี้ลูกจ้างมี "เจตนา" มุ่งหมายเพื่อให้บริษัทเกิดความพังพินาศ หรือสูญเสียรายได้/ชื่อเสียง
- ตัวอย่าง การกลั่นแกล้งลบฐานข้อมูลสำคัญของลูกค้าทิ้งทั้งหมด หรือการจงใจปล่อยให้เครื่องจักรราคาแพงพังโดยไม่กดปุ่มหยุด ทั้งที่เห็นอยู่ตรงหน้า
3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่าง "ร้ายแรง"
คำว่า "ร้ายแรง" คือกุญแจสำคัญครับ ความผิดพลาดเล็กน้อยที่แก้ไขได้มักไม่เข้าข่ายนี้
- ตัวอย่าง พนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันขับรถด้วยความคึกคะนองจนรถคว่ำเกิดระเบิดสร้างความเสียหายหลายล้านบาท หรือพนักงานลืมปิดวาล์วสารเคมีจนรั่วไหลทำให้นายจ้างโดนสั่งปิดโรงงาน
- ข้อควรระวัง ความเสียหายต้องเป็นรูปธรรมและส่งผลกระทบในวงกว้างต่อธุรกิจ
4. ฝ่าฝืนระเบียบการทำงาน โดยนายจ้างได้ออก "หนังสือเตือน" ไปแล้ว
นี่คือกรณีที่พบบ่อยที่สุด กฎหมายให้โอกาสลูกจ้างปรับตัวครับ
- เงื่อนไข ลูกจ้างทำผิดระเบียบ -> นายจ้างออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร -> ลูกจ้างทำผิดซ้ำในเรื่องเดิมอีกภายใน 1 ปี (นับจากวันทำผิดครั้งแรก)
- ข้อยกเว้น หากเป็น "กรณีร้ายแรง" (เช่น เสพยาเสพติดในที่ทำงาน) นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องเตือนก่อน
5. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน
การ "หายตัวไป" โดยไม่ติดต่อถือเป็นเหตุเลิกจ้างที่เด็ดขาดมาก
- เงื่อนไข ต้องเป็น 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม และต้อง "ไม่มีเหตุอันสมควร"
- ตัวอย่าง หายไปวันศุกร์ (เสาร์-อาทิตย์หยุด) แล้วหายต่อวันจันทร์และอังคาร รวมเป็น 3 วันทำงาน แบบนี้เข้าข่ายทันทีครับ แต่ถ้าป่วยหนักจนส่งข่าวไม่ได้ อาจถือว่ามีเหตุอันสมควร
6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด
เมื่อลูกจ้างไม่สามารถมาทำงานได้เพราะต้องไปรับโทษในเรือนจำ นายจ้างก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระ
- กรณีทั่วไป ต้องเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
- กรณีประมาท/ลหุโทษ หากเป็นความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (โทษเล็กน้อย) ต้องเป็นกรณีที่ความผิดนั้น "ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย" ด้วย นายจ้างจึงจะใช้สิทธิ์ไม่จ่ายค่าชดเชยได้
สรุป
นายจ้าง "ต้องระบุเหตุผล" การเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือแจ้งเหตุผลให้ทราบในขณะเลิกจ้าง หากไม่ระบุ นายจ้างจะยกเหตุผลเหล่านี้ขึ้นมาอ้างภายหลังเพื่อเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยไม่ได้

