ในการบริหารจัดการบุคลากร การทำความเข้าใจสิทธิการลาตามกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะ "การลาเพื่อรับราชการทหาร" ซึ่งมักมีความสับสนระหว่างการ "เกณฑ์ทหาร" และการ "เรียกพล"
บทความนี้ HR-ODTHAI จะสรุปข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อความถูกต้องในการปฏิบัติงาน
ขอบเขตของสิทธิการลา (มาตรา 35)
ตามกฎหมายแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารได้ในกรณี "เรียกพลเพื่อตรวจสอบ ฝึกวิชาทหาร หรือทดสอบความพรั่งพร้อม" เท่านั้น
- กรณีที่ใช้สิทธิได้ เป็นการเรียกทหารกองหนุนเข้าฝึกซ้อมตามรอบระยะเวลาของกองทัพ
- กรณีการเกณฑ์ทหาร (จับใบดำใบแดง) กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ได้ กำหนดให้เป็นสิทธิการลาประเภทนี้ หากลูกจ้างต้องไปรับราชการทหารกองประจำการ (2 ปี) โดยปกติสัญญาจ้างจะระงับลง หรือสิ้นสุดลงตามข้อตกลงของบริษัท
สิทธิการรับค่าจ้างระหว่างลา (มาตรา 59)
จุดที่นายจ้างต้องระมัดระวังในการคำนวณจ่ายค่าจ้าง
- ข้อกำหนด นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันที่ลาเพื่อรับราชการทหาร เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา
- เงื่อนไขเวลา กฎหมายกำหนดเพดานการจ่ายค่าจ้างไว้ ไม่เกิน 60 วันต่อปี * ส่วนต่าง หากการเรียกพลนั้นยาวนานเกิน 60 วัน นายจ้างมีสิทธิ์ไม่จ่ายค่าจ้างในส่วนที่เกินจากนั้นได้ (เว้นแต่บริษัทจะมีนโยบายสวัสดิการที่ดีกว่ากฎหมายกำหนด)
ลารับราชการทหาร 2569 กฎหมายแรงงาน
หน้าที่และแนวปฏิบัติสำหรับลูกจ้าง
เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง ลูกจ้างควรปฏิบัติ ดังนี้
การแจ้งล่วงหน้า เมื่อได้รับหมายเรียกพล (หมายเรียกตรวจสอบ) ควรนำเอกสารมาแสดงต่อสถานประกอบการทันทีเพื่อให้จัดหาคนทำงานแทนได้ทันเวลา
หลักฐานยืนยัน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ต้องนำหนังสือรับรองการเข้ารับการฝึกวิชาทหารจากกองทัพมามอบให้ฝ่ายบุคคล เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการจ่ายค่าจ้าง
สรุปมาตราสำคัญ
- มาตรา 35 สิทธิการลา (เรียกพล/ฝึกวิชาทหาร)
- มาตรา 59 สิทธิรับค่าจ้าง (ไม่เกิน 60 วัน/ปี)
หมายเหตุสำหรับฝ่ายบุคคล (HR) ในปี 2569 นี้ หากบริษัทมีการใช้ระบบบันทึกเวลาทำงานอัตโนมัติ ควรตั้งค่ารหัสการลาประเภทนี้ให้แยกชัดเจนจาก "การลาหยุดงานทั่วไป" เพื่อความแม่นยำในการคำนวณค่าจ้างตามกฎหมายมาตรา 59
ที่มา พนักงานบริษัทติดทหารลารับราชการทหารได้กี่วัน?ตามกฎหมายแรงงาน

